นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท เอ ดับเบิ้ลยู ซี กรุ๊ป จำกัด

shutterstock_1606066495 copy.jpg

เพราะคุณคือบุคคลสำคัญสำหรับเรา

1. เกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เอ ดับเบิ้ลยู ซี กรุ๊ป จำกัด ซึ่งต่อไปจะรวมเรียกว่า “บริษัท”เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการสถานพยาบาล ภายใต้ชื่อ “เอ ดับเบิ้ลยู ซี เวลเนส คลินิกเวชกรรม” และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและนวัตกรรมความงามทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นไลน์ และเฟสบุ๊ค ของบริษัท เป็นต้น และช่องทางออฟไลน์ เช่นคลินิก ร้านนวดแผนไทยและสปา เป็นต้น ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีความประสงค์จะเป็นลูกค้าและ/หรือคู่สัญญาและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจกับบริษัท และอาจจะเป็นลูกค้าและ/หรือคู่สัญญาและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจกับบริษัทในอนาคตต่อไป ซึ่งได้ยินยอมให้ข้อมูลส่วนบุคคลไว้กับบริษัท ดังนั้น นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อชี้แจงรายละเอียด และให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความเข้าใจในแนวนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทในเบื้องต้นอาทิเช่นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้ง สิทธิต่าง ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

 

2. คำนิยาม

ในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ คำต่อไปนี้ให้หมายถึง

  • หมายถึง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท เอ ดับเบิ้ลยู ซี กรุ๊ป จำกัด

  • หมายถึง บริษัท เอ ดับเบิ้ลยู ซี กรุ๊ป จำกัด

  • หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้น อาทิเช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด เพศ หมายเลขโทรศัพท์ส่วนบุคคล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่ในใบอนุญาตทำงาน ที่อยู่อีเมล ชื่อและเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคาร เลขบัตรเครดิต/เดบิต เป็นต้น ทั้งนี้ ให้หมายรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม

  • หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล “เจ้าของข้อมูล” อาทิเช่น

  • ลูกค้า ได้แก่ ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์และ/หรือผู้รับบริการ ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก  ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการต่าง ๆ  ผู้เข้าร่วมสัมมนากับบริษัท (ถ้ามี) รวมทั้ง บุคคลอื่นใดที่ติดต่อกับบริษัทเพื่อสอบถามและ/หรือขอรับข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ของบริษัท เป็นต้น

  • คู่สัญญาและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ได้แก่  คู่ค้า ผู้ซื้อ ผู้ขายผลิตภัณฑ์  ตัวแทนจัดจำหน่าย  ผู้จัดหา  ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง  ที่ปรึกษา  รวมทั้ง  บุคคลอื่นใดที่ติดต่อ ประสานงาน เพื่อดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการดังกล่าว  เป็นต้น

3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

  1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล จะกระทำตามกรอบวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้  หรือเปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัท อาทิเช่น

    • เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการของบริษัทและ/หรือบริษัทย่อย ของบริษัท เพื่อให้เจ้าของข้อมูลได้พิจารณาตัดสินใจและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการต่าง ๆ ของบริษัทได้ตามความประสงค์ของเจ้าของข้อมูล

    • เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำร้องขอและ/หรือดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลก่อนการซื้อผลิตภัณฑ์และ/หรือรับบริการ การสมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การสัมมนาต่าง ๆ  กับบริษัท (ถ้ามี) รวมทั้ง การเข้าเป็นคู่สัญญาและ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท

    • เพื่อการลงทะเบียนในการซื้อผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ การสมัครสมาชิก  การเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การสัมมนาต่าง ๆ กับบริษัท

    • เพื่อให้เจ้าของข้อมูลได้รับทราบข้อเสนอ สิทธิพิเศษ และ/หรือสิทธิประโยชน์ เช่น ส่วนลด ของแถม โปรโมชั่นต่าง ๆ รวมทั้ง คำแนะนำและข้อมูลข่าวสารการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการต่าง ๆ ของบริษัท (ถ้ามี)

    • เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ เสนอ ให้ ใช้ และ/หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการบริการ รายการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการต่าง ๆ รวมทั้ง การพัฒนาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการที่มีคุณภาพได้มาตราฐาน ให้ทันยุคทันสมัยและดีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด

    • เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า รวมทั้งการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการหลังการขายแก่เจ้าของข้อมูล เช่น การติดตาม ตอบข้อซักถามและ/หรือประเมินผลการขายผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการ การทำแบบสำรวจความ พึงพอใจ การทำแบบสอบถาม การจัดการข้อร้องเรียนแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการ กรณีหากมีการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ ( Call Center) บริษัทอาจจะมีการบันทึกการสนทนาไว้  เป็นต้น

    • เพื่อการจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลลูกค้า/ผู้มีอุปการคุณ

    • เพื่อการติดต่อ ประสานงาน ตอบข้อสักถาม ข้อสงสัยต่าง  ๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการ

    • เพื่อการจัดทำเอกสารสัญญาและ/หรือบันทึกข้อตกลง เอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาต่าง ๆ กับบริษัท

    • เพื่อดำเนินการบริหารจัดการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการของบริษัท

    • เพื่อการรับและส่งพัสดุเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ รับและส่งเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ

    • เพื่อการจัดทำเอกสารเกี่ยวกับชำระเงินและ/หรือการรับชำระเงิน อาทิเช่น ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี และ/หรือเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว

    • เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายขายและการตลาด ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายบัญชีและการเงินของบริษัท รวมทั้ง  ตัวแทนจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท  และ/หรือบริษัท หรือหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการขนส่งผลิตภัณฑ์ของบริษัท

    • เพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ ประสบการณ์และความเหมาะสมของคู่ค้า ผู้ซื้อ ผู้ขายผลิตภัณฑ์ ตัวแทนจัดจำหน่าย  ผู้จัดหา  ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง ที่ปรึกษา ในการคัดเลือก การประมูลและ/หรือการประกวดราคา (ถ้ามี)เพื่อเข้าทำสัญญากับบริษัท รวมทั้ง ผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การสัมมนาต่าง ๆ  ของบริษัท (ถ้ามี)

    • เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่และภาระผูกพันตามข้อตกลงและ/หรือสัญญาที่ทำกันไว้

    • เพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ หรือข้อกำหนดอื่น ๆ ตามกฎหมาย

    • เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดังกล่าวข้างต้น ภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัท

  2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลบริษัท จะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือในขณะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทกำหนด รวมทั้ง  แจ้งให้ทราบถึงการปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือความจำเป็นที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญากับบริษัทและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกรณีหากไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท  ให้เจ้าของข้อมูลทราบในคราวเดียวกัน ยกเว้น เจ้าของข้อมูลได้ทราบรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว  ทั้งนี้ การขอความยินยอมดังกล่าวจะกระทำโดยชัดแจ้งตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนดไว้ ยกเว้น  กรณีตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล อาทิเช่น

    • เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัย หรือสถิติ ซึ่งได้จัดมีมาตรการการป้องกันที่เหมาะสม ทั้งนี้ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

    • เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

    • เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทำสัญญานั้น

    • เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท

  3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลบริษัท จะไม่เก็บจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลโดยตรง ยกเว้นในบางกรณี อาทิเช่น บริษัทได้แจ้งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นให้เจ้าของข้อมูลได้รับทราบโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดและได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ เป็นต้น

  4. กรณีหากการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมืองความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ เช่น ข้อมูลจำลองใบหน้า  ข้อมูลจำลองม่านตา  หรือข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลในทำนองเดียวกันตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะกำหนด บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูล ยกเว้น กรณีตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้ไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล อาทิเช่น

    • เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม

    • เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูล

    • เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์  การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์  การจัดการด้านสุขภาพ  เพื่อการควบคุมมาตราฐานหรือคุณภาพของยา  เวชภัณฑ์  หรือเครื่องมือแพทย์ซึ่งได้จัดให้มีมาตราการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ  เป็นต้น

    • ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมจะกระทำภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือตามที่บริษัทจะได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลประกาศกำหนด

  5. ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย การขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม        ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะดำเนินการขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ ทั้งนี้  ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

 

4. ข้อมูลที่เก็บรวบรวม

บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล อาทิเช่นข้อมูลและ/หรือแบบฟอร์มการลงทะเบียนการซื้อผลิตภัณฑ์ บริการ การสมัครสมาชิก การเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ การเข้าร่วมสัมมนาต่าง ๆ กับบริษัท (ถ้ามี) การรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์และ/หรือการบริการของบริษัท (ถ้ามี)

  • ข้อมูลการติดต่อ ประสานงานของเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้กับบริษัท อาทิเช่น ชื่อ  นามสกุล  ที่อยู่ ที่อยู่อีเมล  ไอดีไลน์  เบอร์โทรศัพท์ส่วนบุคคล เป็นต้น

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนา  PASSPORT หรือ WORK PERMIT หรือ VISA  (กรณีเป็นชาวต่างชาติ)

  • สำเนาทะเบียนบ้าน

  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร หรือรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีธนาคาร เลขที่บัตรเครดิต /เดบิต

  • เอกสารสัญญาและ/หรือบันทึกข้อตกลง เอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาต่าง ๆ กับบริษัท

  • เอกสาร หลักฐานเกี่ยวกับการชำระเงินและ/หรือรับชำระเงินต่าง ๆ

  • แบบสอบถาม แบบประเมินผล แบบสำรวจ แบบคำร้องขอ แบบคำร้องเรียนต่าง ๆ

  • บันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ (Call Center) (ถ้ามี)

  • รูปถ่าย ภาพถ่ายและ/หรือภาพเคลื่อนไหวในการเข้าร่วมกิจกรรมและ/หรือโครงการ สัมมนาต่าง  ๆ ที่บริษัทได้จัดให้มีขึ้น (ถ้ามี)

  • ใบประกอบวิชาชีพ /ใบอนุญาต/ใบรับรองต่าง ๆ

5. การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

  1. การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลจะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน หรือในขณะใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และจะใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามกรอบวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ต่อเจ้าของข้อมูล ยกเว้น ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยให้เจ้าของข้อมูลทราบและได้รับความยินยอมก่อนใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นแล้ว  เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถเก็บรวบรวมได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ตามตัวอย่างในข้อ 3.  (2) หรือ (4)

    • สำหรับข้อมูลส่วนบุคคล ที่สามารถเก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล บริษัทจะทำการบันทึกการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมนั้นไว้เป็นหนังสือ หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มและรายละเอียดตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัทกำหนด อาทิเช่น รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม  วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละประเภท  ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิและวิธีการการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

  2. ในกรณีที่บริษัทจะมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องมีมาตราฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด หรือหากมีการกำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน เพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกันนโยบายดังกล่าวจะต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วน ทั้งนี้  เป็นไปตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

 

6. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เป็นระยะเวลาอันพอสมควรตามความจำเป็นในการเก็บรักษาเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นตามแต่ละประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้เก็บรักษาไว้ แล้วแต่กรณี

 

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูล

  1. เจ้าของข้อมูลสามารถถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่ จะมีข้อจำกัดสิทธิการถอนความยินยอมโดยกฎหมาย หรือสัญญาที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูล ทั้งนี้  การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ยินยอมไปแล้วโดยชอบ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์ที่จะถอนความยินยอมให้ทำเป็นบันทึกข้อตกลงทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนด

  2. เจ้าของข้อมูลสามารถขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอมนั้นได้

  3. เจ้าของข้อมูลสามารถขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากบริษัทได้  ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติเช่นเดียวกัน รวมทั้ง มีสิทธิดังนี้

    • ขอให้บริษัทส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังบริษัทซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น

    • ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังบริษัทซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง  ยกเว้น โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้

    • ทั้งนี้  ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามกรณีตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลดังกล่าวข้างต้นนั้น จะใช้กับการส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายไม่ได้ หรือการใช้สิทธินั้นต้องไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น

  4. เจ้าของข้อมูลสามารถขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง  เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท เป็นต้น

  5. เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้บริษัทดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลได้   ทั้งนี้  ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่น  เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อเจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมและบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป เป็นต้น

  6. เจ้าของข้อมูลสามารถขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้  ทั้งนี้  ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด  อาทิเช่น  เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลายในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น

  7. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

  8. เจ้าของข้อมูลสามารถร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัทหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท รวมทั้งพนักงานหรือ    ผู้รับจ้างของบริษัท ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  9. ทั้งนี้  การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นของเจ้าของข้อมูลจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมีบางกรณีที่บริษัทอาจปฏิเสธการคัดค้าน หรือคำขอ และ/หรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอการใช้สิทธิดังกล่าวของเจ้าของข้อมูลได้ อาทิเช่น  ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล  เพื่อประโยชน์สาธารณะ กรณีส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น  โดยบริษัทจะทำบันทึกการปฏิเสธการคัดค้านพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการและรายละเอียดตามวิธีการและ/หรือแบบฟอร์มตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัทกำหนด

 

8. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล จึงได้กำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เพื่อปกปิดไว้เป็นความลับ ความถูกต้องครบถ้วนและสภาพพร้อมใช้งาน รวมทั้งเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข กระทำการใด ๆ ที่อาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้ หรือเปิดเผยโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ หรือทำให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของข้อมูล เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดรวมถึงการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีและ/หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

กรณีที่บริษัทต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัท บริษัทจะดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ

การจัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลร้องขอ หรือเจ้าของข้อมูลได้ถอนความยินยอม ยกเว้น เป็นการเก็บรักษาไว้ หรือการใช้ตามกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด อาทิเช่นการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับด้านการสาธารณาสุข เช่น เพื่อการป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในประเทศไทย เป็นต้น

กรณีหากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะแจ้งแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้า ภายในระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เว้นแต่ การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล กรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล บริษัทจะแจ้งเหตุการณ์ละเมิดให้เจ้าของข้อมูลทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าทั้งนี้ การแจ้งดังกล่าวและข้อยกเว้นจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด    การดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

 

9. ข้อมูลการติดต่อบริษัท

บริษัท เอ ดับเบิ้ลยู ซี กรุ๊ป จำกัด

เลขที่ 888 ชั้น 2 ห้อง A205 โครงการ เดอะโคสท์วิลเลจ แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260

โทร : 061-6412639

 

10. การเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม หรือยกเว้นข้อความทั้งหมด หรือบางส่วนในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่บริษัทเห็นสมควร เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและ/หรือกรณีที่มีประกาศใช้กฎหมายใหม่เพื่อให้บริษัทได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ประกาศ ณ วันที่ 1 มกราคม  2564